Monthly Archives:' March 2015

รถหาย ต้องผ่อนต่อไหม

 

DSC_0113x

เคยมีคำถามว่า ว่า รถหาย ต้องผ่อนต่อไหม มีคำถามกับผมบ่อยพอสมควร ผมจึงพอมีเวลาวันนี้จะอยากจะค้นหาข้อมูล มาเล่าสู่กัน ฟังโดยหากจะพิจารณาตามประมวลกฎหมายจริงๆ ก็ค่อนข้างจะชัดเจนว่า สัญญาเช่าซื้อย่อมระงับสิ้นไป หมายความว่าสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าซื้อนั้นย่อม ยุติลงไปพร้อมกับรถที่หายด้วย (ในเรื่องประกันภัยเราจะไม่พูดถึงกันต่อนะครับ เพราะเป็นคนละกรณีให้เข้าใจง่ายๆ ก่อนว่ารถไม่มีประกันภัย) ดังนั้นเมื่อสัญญาเช่าซื้อระงับไปแล้วผู้เช่าย่อมไม่ต้องผ่อนชำระค่าเช่าซื้อต่อแต่อย่างใด … แต่…ผู้เช่าจะหลุดพ้นจากความรับผิดในทรัพย์สินของผู้ให้เช่าสูญหายหรือไม่นั้น พิจารณากันอีกขั้นหนึ่ง โดยหลักการแล้วผู้เช่าจะต้องรับผิดในค่าเสียหายในรถที่สูญหาย แต่จะต้องรับผิดเพียงใดนั้น  ผมค้นหาคำพิพากษาศาลฏีกาที่อ่านแล้วเข้าใจง่ายๆ ไม่ต้องตีความเยอะมาให้อ่านกันน่าจะ มีคำตอบว่าศาลท่านวินิจฉัยว่าอย่างไร รถหาย ต้องผ่อนต่อไหม ลองอ่านดูนะครับ

ประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์

มาตรา 567 ถ้าทรัพย์สินซึ่งให้เช่าสูญหายไปทั้งหมดไซร้ท่านว่าสัญญาเช่าก็ย่อมระงับไปด้วย

มาตรา 572 อันว่าเช่าซื้อนั้นคือสัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่าและให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่าโดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว

สัญญาเช่าซื้อนั้นถ้าไม่ทำเป็นหนังสือท่านว่าเป็นโมฆะ

มาตรา573ผู้เช่าจะบอกเลิกสัญญาในเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้ด้วยส่งมอบทรัพย์สินกลับคืนให้แก่เจ้าของโดยเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4601/2533

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาเช่าทรัพย์ประเภทหนึ่ง เมื่อรถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหายสัญญาเช่าซื้อย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 567

นอกจากนี้ ตามหนังสือบอกกล่าวของบริษัทถึงทั้งสองก็ระบุชัดว่า บริษัทเลิกสัญญากับผู้เช่าซื้อแล้ว จึงฟังได้ว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันแล้ว คุณโผงจึงไม่ต้องชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระไว้อีกต่อไป

แม้ตามสัญญาเช่าซื้อข้อ 5 จะระบุให้ผู้เช่าซื้อชำระเงินค่าซื้อจนครบในกรณีที่ทรัพย์สินที่เช่าซื้อถูกโจรภัยก็ตาม แต่เมื่อคุณโผงไม่ต้องชำระค่าเช่าซื้อต่อไป ก็ถือได้ว่าคุณโผงได้ตกลงชำระค่าเสียหายเท่า กับค่าเช่าซื้อที่ค้างให้แก่บริษัทในกรณีนี้ซึ่งมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับที่ศาลมีอำนาจลดหย่อนลงไปหากเห็นว่าค่าเสียหายที่กำหนดไว้นั้นสูงเกินควร

ในกรณีนี้ศาลฎีกาเห็นว่าค่าเสียหายที่กำหนดไว้เท่ากับค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระนั้นเป็นจำนวนที่สูงเกินไปเพราะราคารถยนต์ที่เช่าซื้อนั้นเป็นการคิดราคารถรวมกับค่าเช่าและการใช้รถต้องมีการเสื่อมราคา จึงเห็นสมควรกำหนดค่าเสียหายให้ 80,000 บาท

สำหรับดอกเบี้ยที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้ทั้งสองชำระในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีนั้น ศาลฎีกาก็ไม่เห็นพ้องด้วย เพราะเมื่อสัญญาเช่าซื้อเลิกกันแล้วบริษัทไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ตามสัญญาข้อ 7 ซึ่งกำหนดไว้ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อหรือไม่ชำระเงินใดๆ ที่ผู้เช่าซื้อมีหน้าที่ต้องชำระตามสัญญา แต่ทั้งสองมีหน้าที่ต้องชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามมาตรา 224

พิพากษาให้คุณโผงและคุณผางร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่บริษัท 80,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

 

 

 

ข้อมูล: มติชน