332695_10150435272669008_4094258_oในการทำ งานวิจัย นั้น เรามีความชำนาญ ในการจัดทำวิจัยทางนิติศาสตร์ ศึกษาปัญหาข้อกฎหมายแล้วจัดทำราย งานวิจัยเพื่อให้ท่านได้เข้าในในปัญหาข้อกฎหมายอย่างละเอียด โดยในการทำวิจัยข้อกฎหมายนั้น เราเน้นการให้บริการอย่างมืออาชีพ โดยผู้วิจัยทุกคนของเราต้องสำเร็จการศึกษาระดับมหาบัญฑิตเท่านั้น ดังนั้นท่านจึงสบายใจได้ว่า งานรวิจัย ของเรานั้น เป็นการ งานวิจัย ด้วยมืออาชีพอย่างแท้จริง หากท่านยังไม่เข้าใจ อ.เจนพล   ทองยืน อาจารย์ประจำสาขาวิชานิติศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ได้นำเสนอความหมายของการวิจัยนิติศาสตร์ไว้อย่างน่าสนใจดังนี้

การวิจัยทางนิติศาสตร์ 

            การวิจัย หรือ งานวิจัย ทางนิติศาสตร์ คือ การค้นคว้าสอบสวนและเสนอผลของงานทางนิติศาสตร์ โดยเน้นการวิจัยเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำพิพากษา การเอกสารทางประวัติศาสตร์ทางกฎหมายหรือปรากฏการณ์ทางกฎหมาย เป็นต้น

การวิจัยทางนิติศาสตร์โดยส่วนใหญ่นิยมวิจัยในรูปแบบเอกสารและใช้ข้อมูลเอกสารเป็นหลัก[1]หรือการวิจัยเอกสาร (Document research) อันเป็นการวิจัยในทางสังคมศาสตร์และการวิจัยเชิงคุณภาพด้วย[2] แต่บางครั้งถ้าเป็นการวิจัยกฎหมายเชิงพฤติกรรมศาสตร์ (Behavioral Legal Research) ก็สามารนำการวิจัยเชิงปริมาณมาใช้ได้[3] เช่น การวิจัยความแตกต่างของปัจเจกบุคคลของผู้พิพากษาไทยที่มีอิทธิพลต่อจุดประสงค์การลงโทษในคดีอาญา เป็นต้น

ตามพระราชบัญญัติสภาวิจัยแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๑๗ กำหนดให้สภาวิจัยแห่งชาติมีสาขาวิชาการ ๑๐ สาขา ได้แก่ (๑) วิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ (๒)วิทยาศาสตร์การแพทย์ (๓) วิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช (๔) เกษตรศาสตร์และชีววิทยา(๕) วิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย (๖) ปรัชญา (๗) นิติศาสตร์ (๘) รัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ (๙) เศรษฐศาสตร์ (๑๐) สังคมวิทยา ดังนั้น สาขาวิชานิติศาสตร์จึงเป็นสาขาวิชาการหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับ งานวิจัย ในสภาวิจัยแห่งชาติตั้งแต่ปี ๒๕๐๒

ในขณะเดียวกันแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ.

๒๕๕๐-๒๕๕๔) ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างธรรมาภิบาล ได้กำหนดให้มีการบริหารจัดการประเทศการปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบ และขั้นตอนกระบวนการเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเพื่อสร้างความสมดุลในการจัดสรรประโยชน์จากการพัฒนา โดยเฉพาะกฎหมายเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม กฎหมายที่ลดการใช้ดุลพินิจของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ให้มีน้อยที่สุด รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งของกลไกการบังคับใช้กฎหมายที่เอื้อต่อผู้ประกอบการขนาดเล็ก และผู้ประกอบการใหม่ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องวิจัยสร้างองค์ความรู้ใหม่ทางกฎหมายเพื่อพัฒนาประเทศชาติต่อไป



[1]สุมาลี  วงษ์วิฑิต, เรื่องเดียวกัน, หน้า ๔๖.

[2]สุภางค์  จันทวานิช, เรื่องเดียวกัน, หน้า ๑๐๗.

[3]ไพจิตร  สวัสดิสาร, ระเบียบวิธีวิจัยทางกฎหมาย (กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงพิมพ์ชวนพิมพ์, ๒๕๔๔),หน้า ๓๔.

 

Show Comments